15,000,000WON [เกลียด] YUNJAE [2]
posted on 26 Jan 2012 10:13 by katae-na-ka in Fic-15000000won 
Chapter 2
ดูเหมือนอะไร ๆ ก็ราบรื่นไปเสียหมด ไม่ว่าอาการของแม่ หรือว่าเพื่อนใหม่ที่ค่อยดูแลเอาใจใส่มากขึ้นกว่าเดิมจากแรกเริ่มที่ได้พบ ค่อย ๆ เขยิบความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งมากขึ้นจนมันเกินลิมิตคำว่าเพื่อนเสียแล้ว ดูเหมือนว่าปาร์คยูชอนจนจะกลายเป็นฝาแฝดของคิมแจจุงไปแล้ว และแน่นอนว่าย่อมมีติ่งขายาวพ่วงตามมาด้วย ชิมชางมินที่บางก็ไปไหนมาไหนด้วย บางก็ทิ้งสองคนเอาไว้ตามลำพัง ก็ใครจะไปนั่งเป็นก้างได้ตลอดเวลาล่ะ เห็นแล้วมันน่าหมั่นไส้จะตาย
ชางมินเองก็ไม่ได้คิดจะเชียร์หรือว่าจะสนับสนุนอะไรหรอกนะ ก็แค่ได้กินของอร่อย ๆ ของป้ายองรันที่แจจุงอาสาหิ้วมาให้กินทุกวันก็โอเคแล้ว
คงไม่มีใครรู้หรอกว่าเรื่องเลวร้ายสุด ๆ กำลังจะบังเกิดขึ้นในอีกนานนี้
สามอาทิตย์กว่าแล้วนะที่แจจุงไปเยี่ยมแม่พร้อมกับเพื่อนใหม่ติดหนึบอย่างยูชอน คิมแจฮีอาการที่เริ่มจะทรงตัวแล้วครั้งแรกก็ออกจะแปลกใจซะหน่อยที่แจจุงพาเพื่อนมาด้วย อาจจะไม่ใช่ไม่มีเพื่อนเลยแต่ก็ไม่เคยมีเพื่อนคนไหนมาเยี่ยมเธอเหมือนกับเพื่อนใหม่คนนี้ของแจจุง แล้วก็ออกจะดูแลเอาใจใส่แจจุงเป็นพิเศษซะด้วยสิ
“แม่ฮะ...แจจุงปอกแอปเปิ้ลเสร็วแล้วววว~ น่าทานไหมฮ่ะ”ร่างบางวางจานแอปเปิ้ลที่ถูกแบ่งซีกเรียงกันเป็นแถวแล้วปอกเปลือกเพียงแค่ครึ่งเดียวให้มีปลายแหลมทั้งสองข้างเหมือนหูกระต่าย มันเป็นการปอกผลไม้ที่เธอชอบปอกให้แจจุงทานประจำ
“เป็นกระต่ายตัวน้อยแบบนี้แล้วแม่จะกล้าทำร้ายกระต่ายน้อยได้ยังไงกันนะ”คิมแจฮียิ้มละไมก่อนจะหยิบกระต่ายน้อยขึ้นมา
“กระต่ายน้อยยอมเสียชีพเพื่อแม่เลยนะฮะ เพราะฉะนั้นแม่จะต้องทานเยอะ ๆ”แจจุงดันมือมารดาที่ถือแอปเปิ้ลกระต่ายในมือให้ชิดริมฝีปาก
“แน้~ เรียนแบบแม่นี่จ๊ะ ...” เมื่อก่อนแจจุงตอนเด็ก ๆ ก็ไม่อยากทานเพราะกระต่ายน้อยน่ารักเกินไป แล้วเธอก็จะบอกแจจุงอย่างที่แจจุงบอกเธอวันนี้เช่นกัน
“ฮ่า ๆ แม่ก้อ... พี่ยูชอนทานสิฮะ...แจจุงทำกระต่ายน้อยไว้เยอะเลย” ยูชอนที่นั่งมองสองคนแม่ลูกหัวเราะก็อดยิ้มตามไม่ได้แม้ว่าตนจะเป็นเพียงเด็กที่แก่กว่าลูกชายเธอไม่กี่ปี แต่ก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของสองคนได้อย่างดี
“ทานสิจ๊ะ น้าทานไม่หมดหรอก”คิมแจฮีเรียกเพื่อนรุ่นพี่ให้ทานด้วยกัน
“ฮะ ... รอให้แจจุงเรียกอยู่นะเนี้ยะ”ร่างโปร่งลุกจากโซฟาเดินมาหยิบเอากระต่ายน้อยไปสามชิ้นพร้อมกัน แต่มันกลับอยู่ในมือยูชอนเพียงแค่สองชิ้น ส่วนอีกชิ้นนอนตายอยู่บนพื้นเรียบร้อยแล้ว
“พี่ยูชอน หยิบที่ละชิ้นสิฮะ กระต่ายของแจจุงก็ตกพื้นหมดแล้ว”
“ตกพื้นก็เอาไปล้างน้ำสิ แค่นี้ก็กินได้ใหม่แล้ว” ยูชอนหยิบเจ้ากระต่ายสิ้นชีพบนพื้นขึ้นมาไปล้างที่ซิงน้ำ
“แต่มันไม่สะอาดเหมือนครั้งแรกนะฮะ”ว่าแล้วแจจุงก็เงียบ ก้มหน้ามองมือตัวเอง ในหัวก็คิดแต่ตอกย้ำให้ตัวเองได้รู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้สะอาดเหมือนกับแอปเปิ้ลที่ตกพื้นนั่นเหมือนกัน
“ไม่เอาน่าแจจุง พี่เขาไม่ได้ตั้งใจให้ตกพื้นสักหน่อย”คิมแจฮีลูบหัวของคนก้มหน้าตัวสั่น
“ฮะแม่ ... แจจุงรู้ว่าพี่ยูชอนไม่ได้แกล้ง”ร่างบางเงยหน้าขึ้นแม้ว่าขอบตาจะร้อนผ่าวไม่ยอมหาย
“เออ แม่ว่าจะถามแจจุงตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วว่าไม่ไปทำงานแล้วเหรอจ๊ะ”
“อ่อ ทำฮะ แต่ว่าแจจุงเปลี่ยนเวลานะฮะ แจจุงจะได้อยู่กับแม่นาน ๆ ไงฮะ”แจจุงโผกอดมารดา เพื่อปกปิดใบหน้าที่ตัวเองไม่สามารถปั้นให้สนิทเหมือนกับคำโกหกได้
“ทำงานด้วยเหรอแจจุง ทำไมพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะ”ยูชอนเดินถือเจ้ากระต่ายน้อยที่สิ้นชีพไปแล้วกลับมาใหม่
“พี่ยูชอนอย่าไปกินเลยฮะ มันตกพื้นแล้วสกปรก แล้วมันก็เป็นพื้นที่โรงพยาบาลด้วยมีแต่เชื้อโรค”
“อย่ามาเฉไฉ ส่วนเจ้ากระต่ายตัวนี้พี่จัดการเอง”ว่าแล้วก็กัดเข้าปากไปครึ่งตัว
“อ้าว...แล้วไม่ได้ทำด้วยกันเหรอจ๊ะ”คิมแจฮีผู้เป็นแม่หันถามรุ่นพี่เพื่อนใหม่
“ป่าวฮะ ไม่ได้ทำ ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าแจจุงทำงานพิเศษด้วย”
“..ก็....แจจุงไม่เคยบอกพี่ยูชอน แล้วพี่ยูชอนจะรู้ได้ไง”แจจุงเถียงทั้ง ๆ ที่ใบหน้ายังซุกอยู่แนบอกมารดาเอาไว้
“แต่ก็กลับออกพร้อมกันนี่น่า”ยูชอนรี่ตามองคนให้อ้อมอกของแม่
“เอ้า ...เอากันเข้าไป จะรู้เรื่องกันไหมวันนี้... แจจุงทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านวีดิโอนะจ๊ะ คุณยุนโอเจ้าของร้านใจดีมาก ๆ เลยนะ ใช่ไหมจ๊ะแจจุง”
“เอิ่ม...ฮะ...แม่”ใบหน้าเริ่มซีดลง ก็ในเมื่อแจจุงไม่เคยไปทำงานที่ว่านั่นเลยสักครั้ง แล้วพี่ยูชอนจะรู้ได้ยังไง แล้วถ้าพี่ยูชอนอยากจะไปที่ร้านนั่นล่ะ แจจุงจะทำยังไงดี ความลับที่ปิดเอาไว้ ไม่เคยคิดจะต้องบอกใครเลยต้องมาแตกเอาตอนนี้เหรอ ไม่นะ
“ยูชอนก็อย่าไปเซ้าซี้แจจุงเลยจ๊ะ ลูกน้าเป็นคนนิสัยแบบนี้แหละ ชอบเก็บเอาไว้คนเดียวไม่ค่อยบอกใคร แล้วก็ไม่ค่อยมีเพื่อน ถ้าหากแจจุงไม่อยากให้รู้เขาก็จะปิดเอาไว้จนมิดไม่มีทางรั่วออกมาเลย ถ้าน้าไม่เจอคุณยุนโฮที่มาเยี่ยมก็คงไม่รู้เหมือนกันจ๊ะ แจจุงคงจะไม่อยากให้ใครสงสาร หรือมาเห็นใจเขามากกว่านะ”
“ก็เลยปิดเอาไว้คนเดียวเนี้ยะนะ”ยูชอนพรึ่มพร่ำกับตัวเอง ใช่สิ เขาไม่ได้ร่ำรวยอะไรก็แค่ลูกเจ้าของร้านทำผม เป็นเด็กนักเรียนที่ยังไม่มีปัญญาหาเงินเอง เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง คงไม่มีปัญญาอะไรช่วยแจจุงได้หรอก
หลังจากที่ต่างคนก็ต่างเงียบนั้นอยู่ ๆ ประตูบานเลื่อนก็เปิดออก พร้อมกับร่างสูง ๆ พร้อมกับตะกร้าดอกไม้ไม่เล็กไม่ใหญ่ และของเยี่ยมไข้อีกนิดหน่อยในมือ คนภายในห้องที่ดูจะตกใจที่สุดก็คงจะไม่หนีพ้นแจจุงที่กระเด็งตัวเองหลุดจากอกมารดา
“คุณยุนโฮ...”ร่างบางเรียกเสียงเกือบดัง แต่ไม่ดังขนาดคนด้านนอกจะได้ยินอะไร นอกจากคนภายในห้อง
ยูชอนที่เดินไปนั่งบนโซฟาแล้วเมือครู่ก็ต้องลุกขึ้นเดินมายืนข้าง ๆ แจจุง พร้อมกับเสียงกระซิบ
“ใครเหรอ”ยูชอนที่ยืนข้าง ๆ รู้สึกได้ถึงอาการเกร็งนิด ๆ พร้อมกับแววตาที่สั่นระริกคล้าย ๆ กำลังกลัวอะไรบ้างอย่าง ไม่ต้องรออะไรปลายนิ้วเรียวของยูชอนก็เกี่ยวเอามือของแจจุงมาจับเอาไว้ หากแต่กลับถูกสะบัดออกเบา ๆ ไม่ได้รุนแรงอะไร ก่อนจะเดินไปหายุนโฮพร้อมกับรับเอากระเช้าดอกไม้มาไว้ในมือ
“สวัสดีครับ อาการเป็นอย่างไรบ้างครับ”ยุนโฮว่างเอาของเยี่ยมไข้วางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลนัก
“ก็เรื่อย ๆ จ๊ะ นี่น้ากำลังไล่ให้แจจุงไปทำงานอยู่พอดีเลย แต่แจจุงบอกว่าเปลี่ยนเวลาทำงานแล้วนะคะ ต้องขอบคุณยุนโฮอีกครั้งนะคะที่เอ็นดูแจจุงลูกของน้า”
สายตาเพ่งมายังร่างบางที่ตอนนี้ขยับจัดดอกไม้อยู่อีกฝั่งข้าง ๆ มารดา ส่วนเด็กหนุ่มอีกคนที่ใบหน้าบอกถึงความสงสัยว่าเขาเป็นใคร แล้วมาทำไม
“ดีแล้วฮะ แจจุงจะได้ไม่เป็นห่วงคุณน้ามากเกินไป บางทีผมก็ห่วงแจจุงเหมือนกันฮะ กลัวจะทำงานไม่ไหว”ยุนโฮกลับไปสนทนากับคิมแจฮีต่อสักพักแล้วปล่อยให้เด็กสองคนกระซิบกระซาบจนตัวเองเห็นแล้วชวนให้อึดอัด
“แจจุง!!..”ร่างบางสะดุ้งก่อนจะหันกลับมามองคุณยุนโฮ ”เอาถุงนี้ใส่จานให้คุณน้าหน่อยสิ” ยุนโฮเลื่อนถุงกระดาษภัตรคารดังให้แจจุง
“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ น้าเพิ่งจะทานไปเมื่อสักครู่นี้เอง”คิมแจฮียิ้มรับความหวังดีของเจ้านายของลูก
“อ่อ...อย่างนั้นเหรอครับ”สายตาเหลือบมองร่างสูงโปร่งผิวขาวที่ไม่ยอมยืนห่างแจจุง มันทำให้คุณยุนโฮออกจะไม่พอใจสักเท่าไร
“แจจุง นั่นใคร ไม่เห็นจะแนะนำให้ฉันได้รู้จักเลย”
“เอ่อ... นี่... พะ...พี่ยูชอนฮะ คุณยุนโฮ ระ..รุ่นพี่ที่โรงเรียนที่แจจุงเคยเล่าให้ฟังไงฮะ”แจจุงแนะนำออกจะตะกุกตะกักเสียหน่อย ก็ไม่ได้คิดเลยว่าคุณยุนโฮจะมาเยี่ยมแม่ของเขาด้วยเหมือนกัน แล้วเมื่อคืนก็ไม่เห็นจะบอกอะไรไว้เลยนี่น่า
พี่ยูชอนที่ถูกแนะนำก้มโค้งตัวให้เป็นธรรมเนียมของเด็กที่ต้องทำความเคารพผู้ใหญ่กว่า ความกังวนของแจจุงมันวนเวียนอยู่ในท้อง ไม่รู้จะว่าต้องอธิบายให้คุณยุนโฮฟังยังไง หรือว่าจะเล่าเรื่องคุณยุนโฮให้พี่ยูชอนฟังยังไง
บรรยายกาศชวนให้น่าอึดอัดเมื่อคุณยุนโฮคุยกับคิมแจฮีตามของคนมาเยี่ยมคนป่วย แต่ไม่ปกติก็ตรงที่แทบจะทุก ๆ สองสามนาทีต้องมีเหลือบมองแจจุงที และยูชอนก็ไม่ได้ไปไหนอยู่ข้าง ๆ นี่แหละ เหลือบมองบ่อยจนยูชอนยังรู้สึกได้ถึงแรงอาฆาต
“สนิทกันเหรอ”ยุนโฮถามคนที่เพิ่งถูกแนะนำตัวให้รู้จัก
“ก็พอตัวฮะ...”เด็กวัยรุ่นกวนประสาทคนแก่
“พอตัว ตัวแค่นี้นี่นะ แน่ใจเหรอที่ว่ารู้จักพอตัวนะ”การยกยิ้มมุมปากของคุณยุนโฮทำเอาแจจุงคิดไปต่าง ๆ นานา
“แล้วคุณละ สนิทกับแจจุงนักหรือไง ก็แค่เจ้านายละน๊า”มันคงเป็นอาการไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่แรกพบล่มั้ง
“ยูชอนทำไมพูดไม่ดีแบบนี้ละจ๊ะ คุณยุนโฮเอาเป็นเจ้านายของแจจุง ไม่เห็นแก่หน้าแจจุงก็เห็นแก่น้าบาง แล้วคุณยุนโฮเขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่าเราตั้งเยอะ ยูชอนไม่ควรจะเสียมารยาท”
“คะ คือ...ขอโทษครับคุณน้า”ใบหน้าร้อนเพราะความโมโห ทำไมใคร ๆ จะต้องคิดว่าเด็กถึงเถียงพวกผู้ใหญ่ปากเสียบ้างไม่ได้ “แจจุงพี่กลับก่อนนะ” ยูชอนขอโทษคิมแจฮีก่อนจะหันมาบอกแจจุงที่ข้าง ๆ
ไม่รู้เพราะอะไรยูชอนถึงได้ตัดสินใจกลับก่อน ทั้ง ๆ ที่รู้สึกไม่ไว้ใจคุณยุนโฮของแจจุงเลยสักนิด ห่วงแจจุงก็ห่วง ดูหน้าก็ไม่น่าไว้ใจแล้ว คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ สงสัยจะต้องเตือนแจจุงไว้บ้าง แต่ถ้าอยู่ต่อเขาคงจะต้องจะมีกระโดดต่อยปากผู้ใหญ่ได้ ไหนจะหน้ากวน ๆ ตอนมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“กลับแล้วเหรอ...กลับเองได้นะ...คงไม่ต้องให้แจจุงเดินไปส่งหรอกใช่รึเปล่า”
“ครับ” แต่ใจจริง ๆ อยากจะตอบไปเหลือเกินว่า ... เออ!!...
ยูชอนคว้ากระเป๋าบนโซฟาได้ก็ไปไม่หันมามองร่างสูงกวนบาทาเด็กอีก แจจุงได้แต่ยืนมองเขาโต้เถียงกัน ไม่ได้ใช่ไม่ยินดียินร้ายนะ แต่แค่ตัวเองก็ยังคิดวิธีเอาตัวรอดได้เลย ไม่รู้คืนนี้จะอธิบายยังไงเรื่องของยูชอน จะบอกคุณยุนโฮไปว่า –พี่ยูชอนคือคนที่แจจุงรู้สึกดีด้วย— แจจุงคงตายตั้งแต่อ้าปากแล้ว
“น้าต้องขอโทษยูชอนด้วยนะจ๊ะ เด็กวัยรุ่นก็แบบนี้ละจ๊ะ ทำไรไม่คิดให้ดีเสียก่อน”นางคิมแจฮีเอ่ยขอโทษแทนยูชอน
“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ไงเรา..สนิทกับเด็กกุ๋ยแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร”คงจะไม่แปลกอะไรถ้าใคร ๆ จะมองยูชอนเป็นกุ๋ยก็ดูการแต่งตัวของยูชอนซะก่อน เสื้อไม่เคยเข้ากางเกง เน็คไทไม่เคยอยู่ติดคอ กางเกงดี ๆ ก็ดัดแปลงซะไม่เหลือดี
“พะ พี่ยูชอน...ไม่ใช่...กุ๋ยนะฮะ”แจจุงออกโรงปกป้องรุ่นพี่แม้จะตะกุกตะกักไปเสียหน่อย
“เหรอ... ไม่ใช่ก็ดีไป...”ยุนโฮบอกร่างที่กำลังสั่นเหมือนจะกำลังกลัว
“คุณยุนโฮก็ไม่เห็นจะต้องว่ายูชอนแบบนั้นเลยนี่ค่ะ ยูชอนก็แค่เด็กวัยรุ่นคนนึงเท่านั้นเอง”
“ครับ... ผมก็ไม่ได้ต้องใจว่าเขาแบบนั้น ผมแค่เป็นห่วงแจจุงไม่อยากให้คบเพื่อนที่ไม่ดี ไม่รู้ว่า ไปหัดสูบบุหรี่ ดื่มเหล้ากันหรือยัง”ยุนโฮพูดด้วยสีหน้าจริงจังจนคิมแจฮียังเคลิ้มตามได้
“นั่นสิ แจจุง ลูกไม่ได้ทำอะไรไม่ดีใช่ไหมจ๊ะ”
“ห๋ะ ... ไม่ฮะ ... แจจุงไม่เคยแตะต้องของพวกนี้หรอกฮะ” .... (นี้มันในfictionนะ อย่าเอาไปเปรียบกับชีวิตจริง ๆ ของคิมแจจุง)
“ดีแล้วจ๊ะ แม่ไม่ได้ห้ามนะจ๊ะ แต่แม่คิดว่ามันยังไม่ถึงเวลา”
“ฮะ แม่”
“เอ่อ คุณน้าฮะ ผมคงต้องกลับแล้ว เดี๋ยวต้องไปธุระอีกทีนะครับ ยังไงผมลาเลยนะครับ ถ้ามีเวลาผมจะแวะมาใหม่”
“จ๊ะ ... ขอบคุณมากนะค่ะ ที่อุตสาห์แวะมาเยี่ยม”
“ไม่เป็นไรครับ ยังไงก็คนกันเอง แจจุงก็เป็นเด็กที่น่ารักด้วย ถ้าผมไม่มาสิผมคงจะรู้สึกผิด” ใช่สิ ชองยุนโฮต้องรู้สึกผิดแน่นอนเพราะ แกเอาลูกเขาไปปู้ยี้ปู้ย้ำไม่เหลือดีแล้วนี่
“แจจุงจะกลับเลยรึเปล่า”
“ห๊ะ ...ฮะ...กลับฮะ”ร่างเล็กกระตุกเล็กน้อย
“งั้นก็ออกไปพร้อมกันเลยแล้วกัน”
“อ่อ ดีจ๊ะ ...นี่ก็เริ่มมืดแล้ว ยังไงน้าฝากแจจุงด้วยนะคะคุณยุนโฮ ลูกน้าทำงานผิดพลาดอะไรก็ดุเขาได้เลยนะจ๊ะ เขาจะได้ทำงานได้เก่งเร็ว ๆ”
“ฮะ แจจุงทำงานของตัวเองได้ดีมากแล้วฮะ” งานบนเตียงกับแกนะสิ...
“แจจุงกลับนะฮะ”แจจุงเดินเข้าไปโอบกอดแม่อีกครั้งก่อนจะเดินตามคุณยุนโฮออกไป
“จ๊ะ ..” คำสั้น ๆ แต่ความหมายของความอบอุ่นมากมายจนรู้ว่าคนตัวเล็กต้องการมันมากแค่ไหนในตอนนี้
TBC.
Happy BirthDay KimJaejoong 

